แหล่งท่องเที่ยวมลรัฐไอดาโฮของสหรัฐอเมริกาและความสำคัญของเมือง

8

มลรัฐไอดาโฮถูกตั้งเป็นรัฐที่ 43 ของสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1890 ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐ พื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 14 ของประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา และเทือกเขาหิน ถูกล้อมด้วยรัฐต่างๆ 6 รัฐได้แก่ รัฐวอชิงตัน รัฐโอเรกอน รัฐเนวาดา รัฐยูทาห์ รัฐมนทานาและรัฐไวยมมิ่ง และมีพื้นที่ทางเหนือบางส่วน ติดกับชายแดนประเทศแคนาดา ที่เมือง British Columbia มีแม่น้ำสำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำ Snake River แม่น้ำ the Clark Fork หรือ Pend Oreille River แม่น้ำ Clearwater River แม่น้ำ Salmon River และแม่น้ำสายเล็กๆ อื่นๆ ไอดาโฮมีพอร์ตทางทะเลตั้งอยู่ที่เมือง Lewiston บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำ Clearwater และ Snake River ซึ่งเป็นพอร์ตทางทะเลที่อยู่ไกลปากอ่าวที่สุด ไกลจากชายทะเลฝั่งตะวันตก ล่องตามแม่น้ำมาประมาณ 465 ไมล์โดยเรือสินค้าจะเดินทางผ่านเข้ามาจากโอเรกอนมูลค่าการใช้จ่ายในธุรกิจท่องเที่ยวที่ไอดาโฮแต่ละปีสูงถึง 3 พันล้านเหรียญฯ ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่ใหญ่และสำคัญเป็นอันดับ 3 ของรัฐและมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี 2008 มูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในประเทศที่เดินทางมายังไอดาโฮสูงถึง 2.7 พันล้านเหรียญฯและเมื่อรวมมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างประเทศแล้วจึงมีมูลค่ามากกว่า 3 พันล้านเหรียญฯ

เมืองที่มีคนเดินทางเข้าออกมากที่สุด Boise, Idaho Falls/Pocatello, Twin Falls โดยมากอายุ 25-64 ปี ส่วนมากเป็นผู้มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวมีทุกกลุ่มตั้งแต่เด็กถึงผู้สูงอายุ มีการเที่ยวแบบครอบครัว เด็กรุ่นใหม่ที่ชอบการผจญภัยและประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบแปลกใหม่ ลักษณะการท่องเที่ยวที่ไอดาโฮ เช่น การเล่นสกีและสโนว์บอร์ด ซึ่งมีอยู่ 17 แห่ง การเล่นเลื่อนและขับรถบนหิมะ การเล่นกอล์ฟร่วมกับการเดินป่า กิจกรรมร่วมกับกลุ่มรถมอร์เตอร์ไซต์รูปแบบต่างๆ เช่น RV และ Harley-Davidson การท่องเที่ยวพร้อมกับการเป็นอาสาสมัครชั่วคราว ในท้องถิ่น การท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับอาหารและเครื่องดื่ม เช่น เทศกาลแนะนำไวน์ การสร้างเครือข่ายกลุ่มเด็กเพื่อส่งเสริมกิจกรรมครอบครัว การเดินป่าตามแนวแม่น้ำและน้ำตก การจัดงานแต่งงาน ฉลองรับปริญญา กิจกรรมกลางแจ้งต่าง และเยี่ยมญาติ เป็นต้น

ธุรกิจท่องเที่ยวที่รัฐไอดาโฮ

มลรัฐไอดาโฮ เป็นหนึ่งในรัฐที่ตั้งอยู่ในบริเวณของเทือกเขาร๊อคกี้ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสหรัฐฯ มีเมืองหลวงชื่อ บอยซี (Boise) ขอบเขตดินแดนของรัฐฯ อยู่ติดกันกับรัฐมอนทานา, รัฐไวโอมิง (Wyoming), รัฐยูทาห์ (Utah), รัฐเนวาดา (Nevada), รัฐออเรกอน (Oregon) และรัฐวอชิงตัน (Washington) นอกจากนี้ยังมีอาณาเขตติดกันกับเมืองต่างๆในเขตประเทศแคนาดา รัฐบริติชโคลัมเบีย (British Columbia) อีกด้วย

รัฐไอดาโฮมีอาณาเขตพื้นที่ในทางภูมิศาสตร์เท่ากับ 83,570 ตารางไมล์ แบ่งเป็นพื้นที่ดินแดน82,747.21 ตารางไมล์ และอาณาเขตพืชพรรณป่าไม้เท่ากับ 21.6 ล้านเอเคอร์ (Acres) สภาพเศรษฐกิจของรัฐฯ พึ่งพาอยู่กับภาคเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ จากการประมาณการ นั้น 1 ใน 3 ของมันฝรั่งเพื่อใช้บริโภคในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นผลผลิตที่ได้มาจากรัฐไอดาโฮนี่เอง

เมืองที่มีคนเดินทางเข้าออกมากที่สุด Boise, Idaho Falls/Pocatello, Twin Falls โดยมากอายุ 25-64 ปี ส่วนมากเป็นผู้มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวมีทุกกลุ่มตั้งแต่เด็กถึงผู้สูงอายุ มีการเที่ยวแบบครอบครัว เด็กรุ่นใหม่ที่ชอบการผจญภัยและประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบแปลกใหม่ ลักษณะการท่องเที่ยวที่ไอดาโฮ เช่น การเล่นสกีและสโนว์บอร์ด ซึ่งมีอยู่ 17 แห่ง การเล่นเลื่อนและขับรถบนหิมะ การเล่นกอล์ฟร่วมกับการเดินป่า กิจกรรมร่วมกับกลุ่มรถมอร์เตอร์ไซต์รูปแบบต่างๆ เช่น RV และ Harley-Davidson การท่องเที่ยวพร้อมกับการเป็นอาสาสมัครชั่วคราว ในท้องถิ่น การท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับอาหารและเครื่องดื่ม เช่น เทศกาลแนะนำไวน์ การสร้างเครือข่ายกลุ่มเด็กเพื่อส่งเสริมกิจกรรมครอบครัว การเดินป่าตามแนวแม่น้ำและน้ำตก การจัดงานแต่งงาน ฉลองรับปริญญา กิจกรรมกลางแจ้งต่าง และเยี่ยมญาติ เป็นต้น

สถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังของรัฐไอดาโฮ เช่น น้ำพุร้อนลาวา (Lava Hot Springs), ถ้ำคริสตัลลฟอลส์ (Crystal Falls Cave) และ Hells Canyon

ใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่จะพักผ่อนในวันหยุดอยู่ล่ะก็ ลองเอาข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณากันดูนะค่ะ อาจะเป็นสถานที่ที่หนึ่งที่ทำให้คุณและครอบครัวประทับใจก็เป็นได้ค่ะ

ไปเยือน “รัฐไอดาโฮ”ต้องไม่พลาดโอกาสไปเยือน “เมืองทวินฟอลส์”

หากคุณเป็นอีกคนที่มีโอกาสไปเยือน “รัฐไอดาโฮ” (Idaho) รัฐที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ “สหรัฐอเมริกา” (United States of America) ขอแนะนำว่าคุณต้องไม่พลาดโอกาสไปเยือน “เมืองทวินฟอลส์” (Twin Falls) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตภูมิภาคเมจิก วัลเล่ย์ (Magic Valley Region) อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการค้าในระดับภูมิภาคที่สำคัยมากแห่งหนึ่งของรัฐอีกด้วย

นอกจากนี้แล้ว เมืองทวินฟอลส์ยังเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามจำนวนหลายแห่ง โดยแห่งแรกที่คุณต้องไม่พลาดไปเยือน คือ สเน็ค ริเวอร์ แคนยอน (Snake River Canyon) เป็นแคนยอนขนาดใหญ่ที่เกิดจากแม่น้ำสเน็ค (Snake River) ในเมจิก วัลเล่ย์ ซึ่งมีสะพานเพอริน (Perrine Bridge) พาดผ่านแคนยอนและอยู่เหนือแม่น้ำสเน็คประมาณ 1,500 ฟุต (457 เมตร) โดยสะพานมีความยาวประมาณ 486 (148 เมตร)

หลังจากนั้นขอแนะนำให้คุณไปเยือน “อุทยานน้ำตกโชโชนิ” (Shoshone Falls Park) อุทยานน้ำตกที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากในปัจจุบัน น้ำตกที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำสเน็ค แม่น้ำสายสำคัญของภูมิภาคเมจิก วัลเล่ย์ โดยอยู่ห่างจากเมืองทวินฟอลส์ไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 5 กิโลเมตร

น้ำตกโชโชนิ (Shoshone Falls) ในบางครั้งน้ำตกแห่งนี้มักถูกเรียกว่า “น้ำตกไนแองการ่าตะวันตก” (Niagara of the West) โดยน้ำตกมีความสูงประมาณ 212 ฟุต (64.7 เมตร) ซึ่งสูงกว่าน้ำตกไนแองการ่า 45 ฟุต (14 เมตร) มีความกว้างประมาณ 1,000 ฟุต (305 เมตร) น้ำตกจะมีความสวยงามากที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ผลิ