.

.

.

.

เทศกาลแกะ รัฐไอดาโฮ ตื่นตาไปกับฝูงแกะอพยพนับพันตัว

เทศกาลแกะ รัฐไอดาโฮ ตื่นตาไปกับฝูงแกะอพยพนับพันตัว พร้อมกิจกรรมมากมายสร้างสีสันในให้นักท่องเที่ยว

ตามธรรมชาติของสัตว์นั้น เราจะเห็นได้ว่ามีสัตว์หลายชนิดต้องอพยพหาที่อยู่ใหม่เมื่อเปลี่ยนฤดูกาลเพื่อความอยู่รอดของมัน ซึ่งจากการบินอพยพของนกที่เราคุ้นเคยกันแล้ว รู้หรือไม่ว่ายังมีการอพยพของฝูงแกะด้วยเช่นกัน

เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ฝูงแกะที่ถูกเลี้ยงไว้ที่ปศุสัตว์ในรัฐไอดาโฮจะถูกต้อนให้ไปยังทุ่งหญ้าเขียวขจีทางตอนเหนือของรัฐ ผ่านเส้นทางหลายร้อยกิโลเมตรที่เป็นทั้งที่ราบ ภูเขา และแม่น้ำ และเมื่อมีการอพยพแกะในทุกปีจึงทำให้เกิด Sheep Festival หรือเทศกาลแกะในที่สุด และแน่นอนว่าเทศกาลดังกล่าวนั้นโด่งดังจนทำให้มันเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไอดาโฮ

สำหรับการต้อนฝูงแกะกว่า 1,500 ตัวให้ไปยังจุดหมายที่วางไว้นั้นก็ต้องใช้เวลาหลายวันด้วยกัน ระหว่างนี้จึงมีทั้งขบวนพาเหรด, การแสดงดนตรี, การเต้นรำ และการทำอาหารตามจุดต่าง ๆ โดยจุดซึ่งเป็นที่นิยมได้แก่ Bellevue, Hailey และ Ketchum เพราะเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยถนนหนทาง บ้านเรือน และประชากรมากมาย และแน่นอนว่าพวกเขาต่างยินดีที่ได้เห็นฝูงแกะจำนวนมากวิ่งผ่านหน้าบ้าน เพราะมันเป็นสัญญาณแห่งเทศกาลรื่นเริงนั่นเอง

เมื่อสิ้นสุดฤดูหนาวการเดินทางของฝูงแกะยังคงมีต่อไป โดยพวกมันจะถูกต้อนให้ไปยังอีกที่หนึ่งซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์กว่า และจะได้กลับมายังถิ่นเดิมอีกครั้งเมื่อถึงฤดูร้อน

ทั้งนี้การอพยพฝูงแกะในไอดาโฮเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 1860 ซึ่งขณะนั้นมีจำนวนแกะเพียง 14,000 ภายในรัฐ ก่อนที่ต่อมาจำนวนแกะจะมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันซึ่งคาดว่ามีจำนวนแกะกว่า 2.65 ล้านตัว ภายในรัฐ และมันก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางจำนวนประชากรแกะที่เยอะที่สุดเป็นอันดับสองรองจากซิดนีย์ในออสเตรเลียเท่านั้น

การหันมาให้ความสนใจด้านการท่องเที่ยวแบบหรูหรา

20140425_3_1398411335_525792ปัจจุบันการขยายตัวของกระแสความนิยมและขอบเขตของการท่องเที่ยวแบบหรูหรา ทำให้นักท่องเที่ยวที่นิยมการท่องเที่ยวแบบหรูหราในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงนักท่องเที่ยวผู้มีรายได้สูงหรือกลุ่มคนระดับบนในสังคม ซึ่งอาจจะพิจารณาได้จากอาชีพการงานหรือรายได้เฉลี่ยต่อปีอีกต่อไป โดยกลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่มที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นในระยะหลัง คือกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับกลางที่ปรารถนาจะสัมผัสประสบการณ์ การท่องเที่ยวแบบหรูหราเพื่อเป็นรางวัลชีวิต นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้แม้จะมีความถี่ในการท่องเที่ยวไม่มากเนื่องจากมักต้องใช้เวลารวบรวมค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่เมื่อพิจารณาถึงจำนวนของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ซึ่งมีอยู่มาก กลุ่มนักท่องเที่ยวระดับกลางจึงเป็นกลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่มหนึ่งที่มีศักยภาพสำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบหรูหรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อาจทำได้ง่ายกว่านักท่องเที่ยวระดับบนที่ต้องอาศัยเครือข่ายความใกล้ชิด และอาศัยเวลาในการสร้างความสนิทสนมและความไว้วางใจ

อาจกล่าวได้ว่าการท่องเที่ยวแบบหรูหราไม่ใช่สิ่งที่จะมีคำนิยามตายตัว หากแต่เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับพฤติกรรม ความชอบ และความต้องการของกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้มีรายได้สูงในสังคมเป็นหลัก เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวเหล่านี้เกิดการใช้จ่ายให้มากที่สุด ในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวแบบหรูหราก็คือการเข้าใจกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบหรูหราที่เป็นเป้าหมาย และตอบสนองความต้องการเหล่านั้นให้ได้ตามความคาดหวัง หรือเหนือกว่าความคาดหวังของนักท่องเที่ยวเหล่านั้น

การได้รับประสบการณ์แบบหรูหราคือหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวแบบหรูหราในอนาคต เพราะการท่องเที่ยวแบบหรูหราเป็นการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการให้ประสบการณ์ทางด้านอารมณ์ความรู้สึกแก่นักท่องเที่ยวเป็นหลัก อีกทั้งนักท่องเที่ยวที่นิยมการท่องเที่ยวแบบหรูหรายังตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวเพื่อให้ได้มีโอกาสใช้ชีวิตแบบหรูหรามากกว่าที่จะต้องการเป็นเจ้าของหรือครอบครองความหรูหราเหล่านั้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวแบบหรูหราต้องการสิ่งที่ดีที่สุด เยี่ยมที่สุดสำหรับตนเองเสมอ ดังนั้น สินค้าและบริการที่จะนำเสนอขายต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จึงต้องเป็นสินค้าอันดับหนึ่ง เกรดเอ ซึ่งได้รับการยอมรับว่ามีความพิเศษและยอดเยี่ยมกว่าสินค้าและบริการอื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่าการบริโภคสินค้าและบริการที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้นอกจากจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความพึงพอใจแล้ว ยังเป็นการช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของนักท่องเที่ยวเหล่านั้นเองอีกด้วย

เด็กรุ่นใหม่ที่ชอบการผจญภัยและประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบแปลกใหม่ในเมืองไอดาโฮ

41

มูลค่าการใช้จ่ายในธุรกิจท่องเที่ยวที่ไอดาโฮแต่ละปีสูงถึง 3 พันล้านเหรียญฯ ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่ใหญ่และสำคัญเป็นอันดับ 3 ของรัฐและมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี 2008 มูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในประเทศที่เดินทางมายังไอดาโฮสูงถึง 2.7 พันล้านเหรียญฯและเมื่อรวมมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างประเทศแล้วจึงมีมูลค่ามากกว่า 3 พันล้านเหรียญฯ มูลค่าจากการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในส่วนของร้านอาหารประมาณ 654 ล้านเหรียญฯ ร้านค้าปลีก 674 ล้านเหรียญฯ ที่พักอาศัย 502 ล้านเหรียญฯ การเดินทาง/ขนส่ง 440 ล้านเหรียญฯ นันทนาการและสันทนาการ 355 ล้านเหรียญฯ และรายได้ของรัฐส่วนหนึ่งมาจากการเก็บภาษีห้องพัก 2% ไม่ว่าจะเป็นที่พักแบบใดก็ตาม สถิติในปี 2008 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกเกือบ 32 ล้านครั้ง โดยเป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวเฉพาะช่วงกลางวันประมาณ 57% และพักค้างคืน 43% ซึ่งกลุ่มที่พักค้างคืนนั้นมาเพื่อการพักผ่อนประมาณ 84% ที่เหลือมาเพื่อธุรกิจ

เมืองที่มีคนเดินทางเข้าออกมากที่สุด Boise, Idaho Falls/Pocatello, Twin Falls โดยมากอายุ 25-64 ปี ส่วนมากเป็นผู้มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวมีทุกกลุ่มตั้งแต่เด็กถึงผู้สูงอายุ มีการเที่ยวแบบครอบครัว เด็กรุ่นใหม่ที่ชอบการผจญภัยและประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบแปลกใหม่ ลักษณะการท่องเที่ยวที่ไอดาโฮ เช่น การเล่นสกีและสโนว์บอร์ด ซึ่งมีอยู่ 17 แห่ง การเล่นเลื่อนและขับรถบนหิมะ การเล่นกอล์ฟร่วมกับการเดินป่า กิจกรรมร่วมกับกลุ่มรถมอร์เตอร์ไซต์รูปแบบต่างๆ เช่น RV และ Harley-Davidson การท่องเที่ยวพร้อมกับการเป็นอาสาสมัครชั่วคราว ในท้องถิ่น การท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับอาหารและเครื่องดื่ม เช่น เทศกาลแนะนำไวน์ การสร้างเครือข่ายกลุ่มเด็กเพื่อส่งเสริมกิจกรรมครอบครัว การเดินป่าตามแนวแม่น้ำและน้ำตก การจัดงานแต่งงาน ฉลองรับปริญญา กิจกรรมกลางแจ้งต่าง และเยี่ยมญาติ เป็นต้น

สินค้าพืชเกษตรหากแบ่งตามพื้นที่เพาะปลูกแล้ว สินค้ายอดนิยม 5 อันดับแรกได้แก่ มันฝรั่ง ข้าวสาลี ข้าวบาร์เล่ย์ หญ้าและผักสด ในปี 2010 มูลค่าสินค้าพืชเกษตรโดยรวมเท่ากับ 2.79 พันล้านเหรียญฯ สินค้าที่มีมูลค่ามากสุดคือมันฝรั่งผลิตได้ 6.4 ล้านตัน มูลค่า 823 ล้านเหรียญฯ ผลิตภัณฑ์จำพวกข้าวสาลี 672 ล้านเหรียญฯ หญ้าแห้งทุกชนิด 619 ล้านเหรียญฯ เฉพาะหญ้า Alfalfa 555 ล้านเหรียญฯ ข้าวบาร์เล่ย์ 185 ล้านเหรียญฯ ข้าวโพด 106 ล้านเหรียญฯ ถั่วต่างๆ 61 ล้านเหรียญฯ เป็นต้น ในปี 2007 มูลค่าการซื้อขายสินค้าปศุสัตว์สูงถึง 3.36 พันล้านเหรียญฯ มีวัวและลูกวัวประมาณ 2.2 ล้านตัว มากเป็นอันดับที่ 14 ของสหรัฐ มูลค่าการซื้อขายวัวและลูกวัว 1.38 พันล้านเหรียญฯ เป็นอันดับที่ 11 ของสหรัฐ การซื้อขายนมและผลิตภัณฑ์จากนม 1.84 พันล้านเหรียญฯ เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ แพะและแกะรวม 229,022 ตัว มีมูลค่าการซื้อขายรวม 27.37 ล้านเหรียญฯ เป็นอันดับที่ 8 ของสหรัฐ ผลิตภัณฑ์จากสุกร 6.75 ล้านเหรียญฯ สัตว์จำพวกม้าและลา 12.8 ล้านเหรียญฯ สัตว์อื่นๆและผลิตภัณฑ์ที่เหลือ 20.6 ล้านเหรียญฯ