ไปสัมผัสธรรมชาติสวยๆที่ “ อุทยานแห่งชาติ คิงส์แคนยอน ”

หากคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ในสหรัฐอเมริกา (United States of America) แต่มีเงื่อนไขเล็กๆ น้อยๆ ว่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนั้นต้องไม่ใช่เมืองใหญ่ ที่มีแต่ความวุ่นวายไปสัมผัสธรรมชาติสวยๆที่ “ อุทยานแห่งชาติ คิงส์แคนยอน ” (Kings Canyon National Park) อุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงและน่ามาเยือนมากแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกานั่นเอง โดยอุทยานนั้นตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของ เฟรสโนเคาน์ตี้ กับ ทูลาเรเคาน์ตี้ ของรัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ติดมหาสมุทรแปซิฟิก

อุทยานแห่งชาติ คิงส์แคนยอน เป็น อุทยานแห่งชาติที่มีลักษณะภูมิประเทศที่สวยงาม ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเทือกเขา เซียร์ราเนวาดา (Sierra Nevada) โดยอุทยานมีพื้นที่ประมาณ 461,901 เอเคอร์ โดยจุดที่โดดเด่นมากที่สุดของอุทยานแห่งชาติ คิงส์แคนยอน นั้นคงหนีไม่พ้น “หุบเขาแม่น้ำกษัตริย์” หรือ “หุบเขาคิงส์ริเวอร์” (Valley of the Kings River) ปัจจุบัน คิงส์แคนยอน ได้กลายเป็นหนึ่งในหุบเขาที่ลึกที่สุดในสหรัฐอเมริกา คือมีความลึก ประมาณ 8,200 ฟุต (2,500 เมตร)

สำหรับกิจกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอุทยานแห่งชาติ คิงส์แคนยอน นั้นส่วนใหญ่จะเน้นไปที่กิจกรรมการเดินป่าชมธรรมชาติ ซึ่งมีทั้งระยะสั้นและระยะไกล กิจกรรมขี่ม้าที่ได้รับความนิยมมากในช่วงฤดูร้อน ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์อันงดงามของหนึ่งในสถาน ที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ก่อนจะปิดท้ายด้วยการตั้งแคมป์นอนชมเสียงขับกล่อมจากธรรมชาติ และแสงดาวในยามค่ำคืน

จุดท่องเที่ยวหลักๆของอุทยานที่มาถึงแล้วต้อง ไม่พลาดไปเยือน โดยจุดหมายแรกที่อยากแนะนำคือ ซีดาร์ โกรฟ แอเรีย (Cedar Grove Area) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำกษัตริย์เป็นจุดที่มีภูมิประเทศคล้ายๆกับหุบเขา โยเซมิติ (Yosemite Valley) ต่อมาไม่พลาดไปชมความงดงามของน้ำตกคิงส์แคนยอน (Kings Canyon Waterfalls) อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยว ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้เป็นจำนวนมาก โดยช่วงเวลาที่น้ำตกจะสวยที่สุด คือ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

สุดท้ายไม่พลาดไปชมความงดงามของ ถ้ำบอยเดน (Boyden Cavern) ถ้ำที่ตั้งอยู่ระหว่างแกรนท์ โกรฟ (Grant Grove) กับ ซีดาร์โกรฟ (Cedar Grove) เป็นถ้ำใต้ดินขนาดยักษ์ที่มีความหลากหลายทางธรณีวิทยา รวมไปถึงกลุ่มหินงอกหินย้อยที่เป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวถ้ำ โดยช่วงเวลาท่องเที่ยวนั้น เริ่มต้นขึ้นในวันศุกร์สุดท้ายของเดือนเมษายน ไปจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกๆ ปี

รูปแบบของการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่แตกต่างจากอดีต

vietnam-tour-packages
มนุษย์เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวด้วยความต้องการและเป้าหมายที่แตกต่างกันไป เช่น พักผ่อน ออกกำลังกาย/เล่นกีฬา เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม ช้อปปิ้ง เป็นต้น ปัจจุบันการจัดการการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่เป็นการท่องเที่ยวโดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อมและเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนขึ้นมา เพื่อรองรับกับการท่องเที่ยวที่เจริญเติบโตขึ้น และช่วยบำรุงรักษาสภาพแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติอีกด้วย การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนโดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อมมีหลายรูปแบบ การเดินทางท่องเที่ยวในปัจจุบันเกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการการพักผ่อน รองลงมาคือการเดินทางด้วยภาวะจำเป็นเช่นการประกอบธุรกิจด้วยขอบเขตของภาระหน้าที่ร่วมกับการท่องเที่ยวในสถานที่ใกล้เคียงเหล่านั้น ระยะเวลาในการเดินทางท่องเที่ยวของบุคคลเหล่านี้ที่ได้จากข้อมูลการวิจัยพฤติกรรมการท่องเที่ยว จำนวนวันที่ใช้ในการเดินทางท่องเที่ยวเฉลี่ยอยู่ที่ 3 วันขึ้นไป

รูปแบบในการจัดการอตุสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทยแบบเดิม คือ จะให้ความสำคัญของวิธีการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จะเป็นทางออกอีกทางหนึ่งในการแก้ปัญหาการท่องเที่ยวซึ่งได้มีการรวบรวมปัญหาต่างๆ และวิธีการแก้ไขความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยว ปัญหาชุมชนท้องถิ่นที่ไม่ได้รับประโยชน์และไม่มีส่วนร่วมหรือปัญหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่ยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เป็นไปตามขั้นตอนและกิจกรรมชนิดต่างๆให้เกิดผลตอบแทนสูงสุด ในครั้งอดีตนั้นการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนนี้จัดให้เป็นหลักการและได้นำไปใช้กับกิจกรรมเพื่อการดำเนินกิจการของสถานประกอบการและการจัดการโครงการต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวของกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

รูปแบบต่างๆของการท่องเที่ยวแนวใหม่

1. Atomic Tourism เป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่โดยสถานที่ดังกล่าวมักเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของระเบิดนิวเคลียร์ เช่น การเยี่ยมชมพื้นที่เมืองฮิโรชิมา และนางาซากิ
2. Dark Tourism คือ การท่องเที่ยว ณ บริเวณที่เกี่ยวข้องกับการสังหารหรือพื้นที่เสี่ยงภัยซึ่งรวมไปถึงปราสาทและสนามรบ
3. Disaster Tourism คือ การท่องเที่ยวบริเวณที่เคยเกิดภัยพิบัติธรรมชาติ โดยการท่องเที่ยวในรูปแบบดังกล่าวอาจมีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยร่วมด้วย
4. Extreme Tourism คือรูปแบบการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่เน้นการท่องเที่ยวในสถานที่อันตราย เช่น ภูเขา ป่า ทะเลทราย ถ้ำ หรือเหตุการณ์ที่อันตราย
5. Militarism heritage Tourism เป็นการท่องเที่ยวที่ให้ผู้สนใจได้มีโอกาสได้เยี่ยมชมเขตพื้นที่ทหาร ซึ่งเป็นเขตพื้นที่เฉพาะ
6. Space Tourism เป็นการท่องเที่ยวในสถานีอวกาศรวมถึงการเดินทางโดยยานอวกาศ ซึ่งการเดินทางรูปแบบดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก

เที่ยวเทศกาลแกะ รัฐไอดาโฮ ชมฝูงแกะอพยพต่างถิ่นกว่า 1,500 ตัว

57มลรัฐไอดาโฮมีเมืองหลวงของรัฐคือเมือง Boise ซึ่งเป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจและเป็นที่ตั้งของบริษัทใหญ่หลายบริษัท เช่น Micron Technology Inc และ Hewlett-Packard เป็นต้น เมืองใหญ่รองลงมา ได้แก่ Idaho Falls ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของ Idaho National Laboratory เมือง Nampa เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย Northwest Nazarene University เมือง Pocatello เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย Idaho State University และเมือง Meridian ซึ่งเป็นเมืองที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในไอดาโฮ

เทศกาลแกะ รัฐไอดาโฮ ตื่นตาไปกับฝูงแกะอพยพนับพันตัว พร้อมกิจกรรมมากมายสร้างสีสันในให้นักท่องเที่ยว ตามธรรมชาติของสัตว์นั้น เราจะเห็นได้ว่ามีสัตว์หลายชนิดต้องอพยพหาที่อยู่ใหม่เมื่อเปลี่ยนฤดูกาลเพื่อความอยู่รอดของมัน ซึ่งจากการบินอพยพของนกที่เราคุ้นเคยกันแล้ว รู้หรือไม่ว่ายังมีการอพยพของฝูงแกะด้วยเช่นกัน

เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ฝูงแกะที่ถูกเลี้ยงไว้ที่ปศุสัตว์ในรัฐไอดาโฮจะถูกต้อนให้ไปยังทุ่งหญ้าเขียวขจีทางตอนเหนือของรัฐ ผ่านเส้นทางหลายร้อยกิโลเมตรที่เป็นทั้งที่ราบ ภูเขา และแม่น้ำ และเมื่อมีการอพยพแกะในทุกปีจึงทำให้เกิด Sheep Festival หรือเทศกาลแกะในที่สุด และแน่นอนว่าเทศกาลดังกล่าวนั้นโด่งดังจนทำให้มันเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไอดาโฮ

สำหรับการต้อนฝูงแกะกว่า 1,500 ตัวให้ไปยังจุดหมายที่วางไว้นั้นก็ต้องใช้เวลาหลายวันด้วยกัน ระหว่างนี้จึงมีทั้งขบวนพาเหรด, การแสดงดนตรี, การเต้นรำ และการทำอาหารตามจุดต่าง ๆ โดยจุดซึ่งเป็นที่นิยมได้แก่ Bellevue, Hailey และ Ketchum เพราะเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยถนนหนทาง บ้านเรือน และประชากรมากมาย และแน่นอนว่าพวกเขาต่างยินดีที่ได้เห็นฝูงแกะจำนวนมากวิ่งผ่านหน้าบ้าน เพราะมันเป็นสัญญาณแห่งเทศกาลรื่นเริงนั่นเอง

เมื่อสิ้นสุดฤดูหนาวการเดินทางของฝูงแกะยังคงมีต่อไป โดยพวกมันจะถูกต้อนให้ไปยังอีกที่หนึ่งซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์กว่า และจะได้กลับมายังถิ่นเดิมอีกครั้งเมื่อถึงฤดูร้อน ทั้งนี้การอพยพฝูงแกะในไอดาโฮเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 1860 ซึ่งขณะนั้นมีจำนวนแกะเพียง 14,000 ภายในรัฐ ก่อนที่ต่อมาจำนวนแกะจะมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันซึ่งคาดว่ามีจำนวนแกะกว่า 2.65 ล้านตัว ภายในรัฐ และมันก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางจำนวนประชากรแกะที่เยอะที่สุดเป็นอันดับสองรองจากซิดนีย์ในออสเตรเลียเท่านั้น

มลรัฐไอดาโฮมีเมืองหลวงของรัฐคือเมือง Boise ซึ่งเป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจและเป็นที่ตั้งของบริษัทใหญ่หลายบริษัท

12

มลรัฐไอดาโฮถูกตั้งเป็นรัฐที่ 43 ของสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1890 ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐ พื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 14 ของประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา และเทือกเขาหิน ถูกล้อมด้วยรัฐต่างๆ 6 รัฐได้แก่ รัฐวอชิงตัน รัฐโอเรกอน รัฐเนวาดา รัฐยูทาห์ รัฐมนทานาและรัฐไวยมมิ่ง และมีพื้นที่ทางเหนือบางส่วน ติดกับชายแดนประเทศแคนาดา ที่เมือง British Columbia มีแม่น้ำสำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำ Snake River แม่น้ำ the Clark Fork หรือ Pend Oreille River แม่น้ำ Clearwater River แม่น้ำ Salmon River และแม่น้ำสายเล็กๆ อื่นๆ ไอดาโฮมีพอร์ตทางทะเลตั้งอยู่ที่เมือง Lewiston บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำ Clearwater และ Snake River ซึ่งเป็นพอร์ตทางทะเลที่อยู่ไกลปากอ่าวที่สุด ไกลจากชายทะเลฝั่งตะวันตก ล่องตามแม่น้ำมาประมาณ 465 ไมล์โดยเรือสินค้าจะเดินทางผ่านเข้ามาจากโอเรกอน

มลรัฐไอดาโฮมีเมืองหลวงของรัฐคือเมือง Boise ซึ่งเป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจและเป็นที่ตั้งของบริษัทใหญ่หลายบริษัท เช่น Micron Technology Inc และ Hewlett-Packard เป็นต้น เมืองใหญ่รองลงมา ได้แก่ Idaho Falls ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของ Idaho National Laboratory เมือง Nampa เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย Northwest Nazarene University เมือง Pocatello เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย Idaho State University และเมือง Meridian ซึ่งเป็นเมืองที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในไอดาโฮ เมืองสำคัญอื่นๆ เช่น เมือง Lewiston ซึ่งเป็นเมืองท่าหลักในการขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออกทางทะเล นอกจากนี้ยังมี เมืองท่องเที่ยวสำคัญเช่น Coeur d’Alene เป็น Hub ท่องเที่ยวของไอดาโฮ เมือง Sun Valley เป็นเมืองที่มีการท่องเที่ยวตลอดทั้งปีและมีการแข่งขันสกีระดับโลก เมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเล่นสกีอื่นๆ เช่น Sandpoint ที่บริเวณ Schweitzer Mountain Ski Resort และ Lake Pend Oreille เมือง Kellogg ที่ Silver Mountain Ski Resort เมือง Driggsที่ Grand Targhee เมือง Island Park ซึ่งเป็นแหล่ง snowmobiling และสถานที่จับปลาสำคัญ อุตสาหกรรมการผลิตสินค้าไฮเทค เป็นอุตสาหกรรมสำคัญเช่นการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ บริษัทที่สำคัญได้แก่ Hewlett-Packard สินค้าหลักที่ผลิตคือ Laser Printer บริษัท Micron Technology Inc ซึ่งเป็นบริษัทอเมริกันรายเดียวที่ผลิต dynamic random access memory ในอเมริกา และ Sun Microsystems ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเครือของ Oracle Corporation มีสองสำนักงานในเมือง Boise และมีคลังสินค้าที่เมือง Pocatello ทำรายได้ให้กับรัฐ มากกว่า 300 ล้านเหรียญในแต่ละปี

ไอดาโฮ เมืองในสหรัฐอเมริกาที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว


สหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของโลก และเป็นอภิมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวของโลกในยุคปัจจุบันทั้งในด้านการทหารและเศรษฐกิจซึ่งรวมไปถึงในด้าน วิทยาศาสตร์ การศึกษา การกีฬา และบันเทิง ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศหนึ่งที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและมีอากาศที่หนาวเย็น จนทำให้บุคคลภายนอกประเทศนิยมไปเที่ยวกัน อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมีมากมาย เราก็จะมายกตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมไปกันเช่น
1. น้ำตกไนแองการ่า ประเทศสหรัฐอเมริกา และ ประเทศแคนาดา
สถานที่ตั้ง บริเวณทะเลสาบทั้ง 5 ระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา และ ประเทศแคนาดา
น้ำตกไนแองการ่าแหล่งท่องเที่ยวที่ลือลั่นสนั่นโลก และเป็นแหล่งที่ทำเงินให้กับแคนาดาและสหรัฐอเมริกาปีหนึ่ง ๆ นับจำนวนมหาศาล เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่เคยที่จะร้างห่างลาผู้คน ไม่ว่าจะเป็นฤดูหนึ่งฤดูใดก็ตาม ภาพของน้ำตกไนแองการ่าที่ไหลลงสู่ทะเลสาบออนตาริโอ เป็นผืนน้ำขนาดใหญ่ที่ดูเป็นแอ่งนิ่งและสงบอยู่ในแผ่นดินทางสหรัฐอเมริกา แต่ถัดมาที่มีลักษณะเป็นรูปเกือกม้าขนาดใหญ่กลับเป็นภาพของ กระแสน้ำที่หลั่งทะลักลงจากหน้าผาสูงเป็นแนวกว้าง กระโจนลงสู่พื้นเบื้องล่าง และเพราะแรงกระทบที่ตกลงไป ส่งผลให้เกิดละอองกระเซ็นสาดไปทั่วบริเวณ เมื่อกระทบกับแสงแดดที่สาดเข้าใส่ละอองเหล่านั้นจะปรากฏเป็นภาพของรุ้งกินน้ำ ประดับบริเวณน้ำตกอยู่ตลอดเวลา ส่วนความมหึมาของน้ำตกตรงจุดนี้เขาเรียกกันว่า “แคนาเดี่ยนฟอลส์” ส่วนบริเวณชั้นของน้ำตกส่วนล่างลงมา ซึ่งก็เป็นบริเวณที่เป็นชั้นน้ำตก ตกลงไปกระทบพื้นล่าง เป็นระดับแนวยาวขนานกันกับชั้นบนมามีชื่อเรียกว่า “อเมริกัน  ฟอลส์”
2. สะพานโกลเดนเกต ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา
สถานที่ตั้ง เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา
สะพานโกลเดนเกต เป็นสะพานแขวนที่มีความยาวมากที่สุดในโลก ทอดข้ามอ่าวทางตอนเหนือ ของเมืองซานฟรานซิสโก สร้างเป็นแบบโครงแขวน ตัวสะพานแขวนประกอบด้วยหอคอยเหล็กสองข้างข้างละ 215 เมตร ( 746 ฟุต) ใช้ ลวดเคเบิลที่โยงทอดเป็นตัวดึงน้ำหนักสะพานมีขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 36 นิ้ว ข้างละ 2 เส้น รวม 4 เส้น ยาว 107,000 ไมล์ และยังมีเส้นลวดเล็ก ยึดสายโยงอีกรวม 27,572 เส้น มีช่วงกลางระหว่างตอม่อยาว 1.26 กิโลเมตร ส่วนริม 2 ฟาก ยาวข้างละ 34 เมตรสิรวมยาวทั้งหมดประมาณ 7 กิโลเมตรทมีส่วนกว้าง 27 เมตรธิเป็นสะพานแบบสะพานแขวนขนาดใหญ่ และยาวมากที่สุดสะพานแรกในยุคนั้น จนเป็นที่น่ามหัศจรรย์ของผู้ผ่านไปมาชัและพบเห็นยิ่งนัก ยและเป็นแบบอย่างในการออกแบบสร้างสะพานแขวนแบบใหญ่และยาวมากขึ้นไปอีกในโอกาสต่อๆมา