มลรัฐไอดาโฮมีเมืองหลวงของรัฐคือเมือง Boise ซึ่งเป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจและเป็นที่ตั้งของบริษัทใหญ่หลายบริษัท

12

มลรัฐไอดาโฮถูกตั้งเป็นรัฐที่ 43 ของสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1890 ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐ พื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 14 ของประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา และเทือกเขาหิน ถูกล้อมด้วยรัฐต่างๆ 6 รัฐได้แก่ รัฐวอชิงตัน รัฐโอเรกอน รัฐเนวาดา รัฐยูทาห์ รัฐมนทานาและรัฐไวยมมิ่ง และมีพื้นที่ทางเหนือบางส่วน ติดกับชายแดนประเทศแคนาดา ที่เมือง British Columbia มีแม่น้ำสำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำ Snake River แม่น้ำ the Clark Fork หรือ Pend Oreille River แม่น้ำ Clearwater River แม่น้ำ Salmon River และแม่น้ำสายเล็กๆ อื่นๆ ไอดาโฮมีพอร์ตทางทะเลตั้งอยู่ที่เมือง Lewiston บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำ Clearwater และ Snake River ซึ่งเป็นพอร์ตทางทะเลที่อยู่ไกลปากอ่าวที่สุด ไกลจากชายทะเลฝั่งตะวันตก ล่องตามแม่น้ำมาประมาณ 465 ไมล์โดยเรือสินค้าจะเดินทางผ่านเข้ามาจากโอเรกอน

มลรัฐไอดาโฮมีเมืองหลวงของรัฐคือเมือง Boise ซึ่งเป็นเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจและเป็นที่ตั้งของบริษัทใหญ่หลายบริษัท เช่น Micron Technology Inc และ Hewlett-Packard เป็นต้น เมืองใหญ่รองลงมา ได้แก่ Idaho Falls ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของ Idaho National Laboratory เมือง Nampa เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย Northwest Nazarene University เมือง Pocatello เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย Idaho State University และเมือง Meridian ซึ่งเป็นเมืองที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในไอดาโฮ เมืองสำคัญอื่นๆ เช่น เมือง Lewiston ซึ่งเป็นเมืองท่าหลักในการขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออกทางทะเล นอกจากนี้ยังมี เมืองท่องเที่ยวสำคัญเช่น Coeur d’Alene เป็น Hub ท่องเที่ยวของไอดาโฮ เมือง Sun Valley เป็นเมืองที่มีการท่องเที่ยวตลอดทั้งปีและมีการแข่งขันสกีระดับโลก เมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเล่นสกีอื่นๆ เช่น Sandpoint ที่บริเวณ Schweitzer Mountain Ski Resort และ Lake Pend Oreille เมือง Kellogg ที่ Silver Mountain Ski Resort เมือง Driggsที่ Grand Targhee เมือง Island Park ซึ่งเป็นแหล่ง snowmobiling และสถานที่จับปลาสำคัญ อุตสาหกรรมการผลิตสินค้าไฮเทค เป็นอุตสาหกรรมสำคัญเช่นการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ บริษัทที่สำคัญได้แก่ Hewlett-Packard สินค้าหลักที่ผลิตคือ Laser Printer บริษัท Micron Technology Inc ซึ่งเป็นบริษัทอเมริกันรายเดียวที่ผลิต dynamic random access memory ในอเมริกา และ Sun Microsystems ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเครือของ Oracle Corporation มีสองสำนักงานในเมือง Boise และมีคลังสินค้าที่เมือง Pocatello ทำรายได้ให้กับรัฐ มากกว่า 300 ล้านเหรียญในแต่ละปี

ไอดาโฮ เมืองในสหรัฐอเมริกาที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว


สหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของโลก และเป็นอภิมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวของโลกในยุคปัจจุบันทั้งในด้านการทหารและเศรษฐกิจซึ่งรวมไปถึงในด้าน วิทยาศาสตร์ การศึกษา การกีฬา และบันเทิง ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศหนึ่งที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและมีอากาศที่หนาวเย็น จนทำให้บุคคลภายนอกประเทศนิยมไปเที่ยวกัน อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมีมากมาย เราก็จะมายกตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมไปกันเช่น
1. น้ำตกไนแองการ่า ประเทศสหรัฐอเมริกา และ ประเทศแคนาดา
สถานที่ตั้ง บริเวณทะเลสาบทั้ง 5 ระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา และ ประเทศแคนาดา
น้ำตกไนแองการ่าแหล่งท่องเที่ยวที่ลือลั่นสนั่นโลก และเป็นแหล่งที่ทำเงินให้กับแคนาดาและสหรัฐอเมริกาปีหนึ่ง ๆ นับจำนวนมหาศาล เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่เคยที่จะร้างห่างลาผู้คน ไม่ว่าจะเป็นฤดูหนึ่งฤดูใดก็ตาม ภาพของน้ำตกไนแองการ่าที่ไหลลงสู่ทะเลสาบออนตาริโอ เป็นผืนน้ำขนาดใหญ่ที่ดูเป็นแอ่งนิ่งและสงบอยู่ในแผ่นดินทางสหรัฐอเมริกา แต่ถัดมาที่มีลักษณะเป็นรูปเกือกม้าขนาดใหญ่กลับเป็นภาพของ กระแสน้ำที่หลั่งทะลักลงจากหน้าผาสูงเป็นแนวกว้าง กระโจนลงสู่พื้นเบื้องล่าง และเพราะแรงกระทบที่ตกลงไป ส่งผลให้เกิดละอองกระเซ็นสาดไปทั่วบริเวณ เมื่อกระทบกับแสงแดดที่สาดเข้าใส่ละอองเหล่านั้นจะปรากฏเป็นภาพของรุ้งกินน้ำ ประดับบริเวณน้ำตกอยู่ตลอดเวลา ส่วนความมหึมาของน้ำตกตรงจุดนี้เขาเรียกกันว่า “แคนาเดี่ยนฟอลส์” ส่วนบริเวณชั้นของน้ำตกส่วนล่างลงมา ซึ่งก็เป็นบริเวณที่เป็นชั้นน้ำตก ตกลงไปกระทบพื้นล่าง เป็นระดับแนวยาวขนานกันกับชั้นบนมามีชื่อเรียกว่า “อเมริกัน  ฟอลส์”
2. สะพานโกลเดนเกต ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา
สถานที่ตั้ง เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา
สะพานโกลเดนเกต เป็นสะพานแขวนที่มีความยาวมากที่สุดในโลก ทอดข้ามอ่าวทางตอนเหนือ ของเมืองซานฟรานซิสโก สร้างเป็นแบบโครงแขวน ตัวสะพานแขวนประกอบด้วยหอคอยเหล็กสองข้างข้างละ 215 เมตร ( 746 ฟุต) ใช้ ลวดเคเบิลที่โยงทอดเป็นตัวดึงน้ำหนักสะพานมีขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 36 นิ้ว ข้างละ 2 เส้น รวม 4 เส้น ยาว 107,000 ไมล์ และยังมีเส้นลวดเล็ก ยึดสายโยงอีกรวม 27,572 เส้น มีช่วงกลางระหว่างตอม่อยาว 1.26 กิโลเมตร ส่วนริม 2 ฟาก ยาวข้างละ 34 เมตรสิรวมยาวทั้งหมดประมาณ 7 กิโลเมตรทมีส่วนกว้าง 27 เมตรธิเป็นสะพานแบบสะพานแขวนขนาดใหญ่ และยาวมากที่สุดสะพานแรกในยุคนั้น จนเป็นที่น่ามหัศจรรย์ของผู้ผ่านไปมาชัและพบเห็นยิ่งนัก ยและเป็นแบบอย่างในการออกแบบสร้างสะพานแขวนแบบใหญ่และยาวมากขึ้นไปอีกในโอกาสต่อๆมา

ไฟป่าเทือกเขาร็อกกี้กำลังคุกคามบ้านเรือนในรัฐไอดาโฮ

ช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาสหรัฐฯร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ 117 ปี โดยมีพื้นที่ 25 รัฐเผชิญสถานการณ์อุณหภูมิเฉลี่ยร้อนและแห้งแล้งมากที่สุด ส่วนรัฐโอไฮโอ คือรัฐที่อุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มสูงที่สุด ตามด้วยวิสคอนซิล ไอโอวาและมิสซูรี เขตภาคกลางด้านตะวันตกเผชิญความแห้งแล้งรุนแรงมากที่สุด ขณะเดียวกันก็เกิดไฟไหม้ป่าในพื้นที่ตอนเหนือเทือกเขาร็อกกี้ส์ ในรัฐไอดาโฮ ไวโอมิง และมอนทานา เสี่ยงไหม้บ้านเรือราษฎรหลายร้อยหลังคาเรือน

เกิดเหตุไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็วในทางตอนกลางของรัฐไอดาโฮในสหรัฐ ทำให้ต้องอพยพประชาชนจำนวน 2,250 ครัวเรือนใกล้เมืองท่องเที่ยวไฮลีย์และเค็ทชุม เนื่องจากนักดับเพลิงยังไม่อาจควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ทำให้สถานเล่นสกีอย่างซัน แวลลีย์ตกอยู่ในอันตราย นายยีน แรมซีย์ นายอำเภอเขตเบลน กล่าวเรียกร้องให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในแถบชานเมืองไฮลีย์และเค็ทชุมรีบอพยพออกไปโดยด่วน อีกทั้งเขายังมีแผนขยายพื้นอพยพออกไปอีกหลายแห่ง รวมทั้งเขตพัฒนาชุมชนทางเหนือของเมืองเค็ทชุม ทั้งนี้ไฟป่าที่ลุกลามอย่างรวดเร็วได้เผาทำลายพื้นที่เพาะปลูกและป่าสนราว 230,000 ไร่ในเขตซอว์ทูธ แรนจ์ ทางตะวันตกของทางหลวงที่เชื่อมเมืองไฮลีย์ ซึ่งมีประชากรราว 8,000 คน กับเมืองเค็ทชุม และซันแวลลีย์ ที่อยู่ทางเหนือ

ไฟป่าในแถบเทือกเขาร็อกกี้กำลังคุกคามบ้านเรือนหลายร้อยหลังในรัฐไอดาโฮ ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในรัฐวอชิงตันเร่งระดมดับไฟป่าหลายสิบจุดที่เกิดจากพายุฝนฟ้าคะนองแถบเทือกเขาแคสเคดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บแต่มีประชาชนหลายร้อยคนต้องไร้ที่อยู่อาศัยเพราะไฟป่า ขณะที่อีกหลายร้อยคนได้รับคำแนะนำให้เตรียมพร้อมในการอพยพ

ในช่วงที่ผ่านมาประชาชนกว่า 1,000 คนได้อพยพออกจากพื้นที่ทางใต้แถบชานเมืองเค็ทชุม ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านราคาแพงหลายหลังมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในเขตที่อยู่อาศัยดังกล่าวเป็นที่พักผ่อนของคนดังมีชื่อเสียงอย่างนายอาร์โนลด์ ชวาร์ซเนกเกอร์ อดีตผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียและดารารุ่นใหญ่ รวมทั้งนายทอม ครูซ พระเอกชั้นนำของวงการบันเทิงฮอลลีวู้ด อย่างไรก็ตามนักดับเพลิงหลายร้อยคนกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อควบคุมไฟป่าไม่ให้ข้ามมายังถนนหลวงที่เชื่อมต่อเมือง 3 แห่ง สำหรับไฟป่าครั้งนี้มีชื่อว่า ”บีเวอร์ ครีก” มีสาเหตุมาจากฟ้าฝ่าทำให้เผาทำลายบ้านเรือนประชาชน ที่พักคนงาน และอาคารต่างๆอีก 6 หลัง

รอยเลื่อนแผ่นดินไหว ในไอดาโฮ เป็นเมืองท่องเที่ยว

นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยไอดาโฮได้ตรวจพบรอยเลื่อนเปลือกโลกที่ยังมีพลังในบริเวณตอนเหนือของเทือกเขาร็อกกี ซึ่งสามารถทำให้เกิดแผ่นดินระดับ 7.5 ได้ รอยเลื่อนในตอนกลางของมลรัฐไอดาโฮนี้ไม่ได้อยู่ในเขตประชากรหนาแน่น แต่หัวหน้าภาควิชาธรณีวิทยา เกลนน์ แทร็กเรย์ บอกว่า รอยแยกยาว 64 กม. ที่เชิงเขาซอว์ทูต ใกล้กับเมืองสแตนลีย์ที่ว่านี้ อาจทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้ในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้าแผ่นดินไหวระดับ 7.5 นับว่ารุนแรง สามารถสร้างความเสียหายได้เป็นบริเวณกว้างศูนย์กลางแผ่นดินไหวจะอยู่ใกล้กับเมืองสแตนลีย์ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีอายุราว 100 ปีแล้ว บริเวณนี้จะมีความรุนแรงมากที่สุด และแรงสั่นสะเทือนระดับปานกลางจะแผ่จากซันแวลลีย์ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว ไปจนถึงบอยซี เมืองเอกของมลรัฐ ในทวีปอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ จากผลสำรวจสภาพธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยไอดาโฮในเมืองโมสโค สหรัฐอเมริกา ระบุว่ามี 5 รัฐสำคัญทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาที่เป็นจุดเสี่ยงของการเกิดแผ่นดินไหวขั้นรุนแรง ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย เนวาดา ยูทาห์ อะแลสกา และไอดาโฮ

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบรอยเลื่อนนี้โดยใช้เทคนิคการอ่านข้อมูลระยะไกล โดยอาศัยระบบเลเซอร์จากเครื่องบิน และได้เก็บข้อมูลโดยไปเก็บตัวอย่างดินตะกอนจากทะเลสาบเรดฟิชเอามาวิเคราะห์ ทะเลสาบนี้อยู่บนภูเขาซึ่งรอยเลื่อนพาดผ่าน เป็นแหล่งที่มีปลาแซลมอนชุกชุม นักวิจัยพบว่า รอยเลื่อนดังกล่าวเคยทำให้เกิดแผ่นดินไหวมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งหนึ่งเมื่อ 7,000 ปีก่อน และอีกครั้งเมื่อ 4,000 ปีก่อน ซึ่งแสดงว่ามีการเกิดแผ่นดินไหวในทุกๆ ช่วงเวลาหลายพันปี แทร็กเรย์บอกว่า เป็นเรื่องยากที่จะทำนายว่าเมื่อไหร่รอยเลื่อนจะมีการเคลื่อนตัว แต่เมื่อค้นพบรอยเลื่อนเช่นนี้แล้ว เมืองต่างๆ ก็ควรปรับปรุงมาตรฐานด้านการก่อสร้าง และมีแผนเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน มลรัฐไอดาโฮมีรอยเลื่อนหลายแนว แนวหนึ่งอยู่บนภูเขาที่สูงที่สุดของมลรัฐ ชื่อโบราห์ พีก ซึ่งเคยทำให้เกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.9 เมื่อปี 2526 มีเด็กเสียชีวิต 2 คนที่เมืองแคลลิส บ้านเรือนในรัศมี 80 กม. พังถล่ม อีกแนวหนึ่งอยู่ตอนกลางของมลรัฐในแถบเทือกเขาบีเวอร์เฮด เลมฮี และลอสต์ริเวอร์ ขณะที่จอห์น รันเดิล ศาสตราจารย์ด้านธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย-เดวิส วิเคราะห์จากข้อมูลและสถิติแล้วพบว่า มีความเป็นไปได้ถึง 25% ที่ซาน ฟรานซิสโกจะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7 ริกเตอร์ หรือมากกว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า และยังมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวถึง 75% ในอีก 45 ปีต่อไป

สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและมีอากาศที่หนาวเย็นที่ไอดาโฮ สหรัฐอเมริกา

สหรัฐอเมริกา นับเป็นประเทศที่มีความหลากหลายในเรื่องของภูมิประเทศ

ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ทะเลทราย ภูเขา ที่ราบสูง และที่ลุ่ม สหรัฐอเมริกามีผืนแผ่นดินใหญ่เพราะมีพื้นที่ของรัฐติดต่อกันถึง 48 รัฐ โดยมีรัฐอลาสก้า อยู่ทางตอนเหนือของประเทศแคนนาดา และรัฐฮาวายซึ่งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิค ห่างจากแผ่นดินใหญ่ถึง 3200 กิโลเมตรโดยประมาณ จากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ทิศเหนือติดกับประเทศแคนนาดา ทิศใต้ติดกับประเทศแม็กซิโกและอ่าวแม็กซิโก ทิศตะวันออกติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค ทิศตะวันตกจรดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค

สหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของโลก และเป็นอภิมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวของโลกในยุคปัจจุบันทั้งในด้านการทหารและ เศรษฐกิจซึ่งรวมไปถึงในด้าน วิทยาศาสตร์ การศึกษา การกีฬา และบันเทิง ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศหนึ่งที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและมีอากาศที่หนาวเย็นจนทำให้บุคคลภายนอกประเทศนิยมไปเที่ยวกัน อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่างๆมากมาย

แหล่งรวมของประชากรที่มาจากหลากหลายวัฒนธรรมที่หล่อหลอมรวมกัน

ชนพื้นเมืองดั้งเดิมคืออินเดียนแดง หลังจากนั้นชาวอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เดินทางอพยพเข้ามาเพื่อแสวงหาโอกาส ปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกามีประชากรขาวผิวขาวประมาณกว่า 75 % นอกจากนี้ยังมีชาวผิวดำที่ถูกนำมาจากทวีปอาฟริกาในฐานะทาส แต่เดิมคนดำจะอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ แต่ปัจจุบันอาศัยกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ เช่น Washington D.C., Chicago โดยเฉพาะ New York ส่วนชาว Hispanic หรือพวกเชื้อสายสเปนซึ่งมีอยู่ประมาณ 13 % ยังมีชาวเอเชียหรือพวกเชื้อสายแถบหมู่เกาะแปซิฟิคประมาณ 4% รวมทั้งชนเชื้อสายญี่ปุ่นมากกว่า 1 ใน 3 อาศัยอยู่ใน Hawaii

วัฒนธรรมของประเทศสหรัฐอเมริกานั้น เริ่มต้นจากวัฒนธรรมของประเทศอังกฤษ และได้มีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วจากการผสมผสานของวัฒนธรรมชาติสเปนและเม็กซิโก กำเนิดเป็นวัฒนธรรมคาวบอย จากการอพยพของหลากหลายเชื้อชาติเข้ามาตั้งรกรากในประเทศ โดยเริ่มจากทวีปยุโรปและอาฟริกา และต่อจากนั้นก็เป็นทวีปเอเชีย โดยรวมแล้วอารยธรรมตะวันตกของยุโรปนั้นมีผลต่อวัฒนธรรมของประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่ เยอรมัน อังกฤษ ไอริช อิตาลี กรีก และยิว นอกจากนี้บรรพบุรุษของชนชาติอาฟริกันตะวันตกที่เคยตกเป็นทาสนั้น ก็ยังได้อนุรักษ์วัฒนธรรมของตนเองไว้ตั้งแต่สมัยแรกเริ่มของประเทศสหรัฐอเมริกา